Menu Close

ชี่กงพลิกโลก! สุขภาพดีเหนือกาลเวลา พลังภายในที่คุณต้องรู้

ณ ใจกลางมหานครเซี่ยงไฮ้ ประจักษ์พยานสำคัญทางประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อสถาบันการแพทย์แผนจีนแห่งเซี่ยงไฮ้เตรียมเปิดตัวโครงการวิจัยสุดอลังการในปี 2026 เพื่อศึกษาผลกระทบของการฝึกชี่กงต่อภาวะลองโควิด (Long COVID Syndrome) โดยเฉพาะ การประกาศครั้งนี้ไม่ใช่เพียงงานวิจัยทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการแพทย์แผนจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบูรณาการกับวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ในระดับโลก

แผนการดังกล่าวริเริ่มโดยศาสตราจารย์หลี่ เหมยหลิน ผู้อำนวยการสถาบันฯ ผู้ซึ่งได้กล่าวในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า “เราเชื่อมั่นในศักยภาพของชี่กงในการฟื้นฟูสมดุลร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยลองโควิด การวิจัยนี้จะใช้เทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพของผู้เข้าร่วมโครงการ” การแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลกและตอกย้ำถึงความพยายามของจีนในการส่งเสริมการแพทย์แผนจีนสู่เวทีสากล

โครงการวิจัยนี้จะทำการทดลองกับผู้ป่วยลองโควิดจำนวน 500 คน เป็นระยะเวลา 12 เดือน โดยแบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ได้รับการฝึกชี่กงแบบแผนโบราณผสมผสานกับเทคนิคการฝึกหายใจที่พัฒนาขึ้นใหม่ ผู้เชี่ยวชาญจากวัดเส้าหลินซึ่งมีชื่อเสียงด้านศิลปะการต่อสู้และชี่กง ได้เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาด้านหลักสูตรการฝึก โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้าๆ และการควบคุมลมปราณ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนพลังงานภายใน

สิ่งที่น่าจับตามองคือ การนำหลักการชี่กงมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ นี่คือการแสดงออกถึงความยืดหยุ่นและการปรับตัวของการแพทย์แผนจีนในการรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ การวิจัยนี้คาดว่าจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายในปี 2027 และอาจนำไปสู่แนวทางการรักษาใหม่ๆ ที่มีต้นทุนต่ำและเข้าถึงง่ายขึ้น

การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องทดลองเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลสะเทือนไปถึงแนวคิดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน รัฐบาลจีนได้เริ่มพิจารณานโยบายที่จะส่งเสริมการฝึกชี่กงในพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนลุมพินีจำลองที่จะมีการสร้างขึ้นในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการฝึกฝนและเสริมสร้างสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ซึ่งชี่กงจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน

หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ไม่เพียงแต่จะเป็นการยกระดับการยอมรับชี่กงในการแพทย์กระแสหลักเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่ความร่วมมือระหว่างการแพทย์แผนจีนและการแพทย์ตะวันตกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน คำถามที่น่าสนใจคือ การค้นพบครั้งนี้จะเปลี่ยนมุมมองของเราที่มีต่อการรักษาโรคและการดูแลสุขภาพในอนาคตได้อย่างไรบ้าง? และเราจะสามารถนำพลังภายในอันลี้ลับนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร?